ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ เวลาฝนตกปรอย ๆ ตกไม่หนักมาก แต่ตกมาเรื่อย ๆ ถนนจะมีความลื่นมากทีเดียว ซึ่งเป็นปัญหาต่อการใช้รถใช้ถนนไม่น้อยเลย อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นก็ช่วงที่ฝนตกแบบนี้เป็นประจำ ซึ่งอุบัติเหตุในการขับรถบนถนนลื่น ๆ แบบนี้ เราจะเรียกกันว่า “รถเหินน้ำ” ศัพท์อย่างเป็นทางการจะเรียกว่า Hydroplaning กรณีรถเกิดเหินน้ำแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่รุนแรง การมีประกันรถ หรือซื้อประกันรถยนต์ เอาไว้ ก็จะสบายใจมากขึ้น อย่างน้อยประกันก็ยังดูแลได้บ้าง แต่ทางที่ดีไม่เกิดอุบัติเหตุเลยจะดีกว่า เช่นนั้นแล้วเรามาดูวิธีรับมือและแก้ไขอาการเหินน้ำของรถกันดีกว่า

ขับรถ-ฝนตก

ปัญหาน่าหนักใจเมื่อต้องขับรถท่ามกลางสายฝน

เวลาฝนตกแล้วเราจำเป็นที่จะต้องขับรถไปท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมา จะมีปัญหาที่น่าหนักใจสำหรับผู้ขับขี่อยู่ 2 เรื่องคือ

  1. น้ำท่วมเข้ารถ
  2. อาการรถเหินน้ำ

ทั้งสองกรณีสร้างความเสียหายให้กับรถได้ทั้งคู่ แต่ถ้าใครมีประกันชั้น 1 หรือประกันรถชั้น 2 พลัส กรณีน้ำเข้ารถก็จะเบาใจหน่อย เพราะประกันยังดูแลชดเชยให้ในส่วนนี้ (สำหรับบางบริษัทประกันภัยรถยนต์) ซึ่งบริษัทประกันภัยในยุคนี้เข้าใจปัญหาของผู้ขับขี่มากขึ้น จึงมอบสิทธิ์ประโยชน์ที่มากคุณให้กับผู้ทำประกัน แค่ทำประกันรถชั้น 2 พลัส ก็แทบจะได้รับความคุ้มครองเทียบเท่าประกันชั้น 1 เลย แต่จ่ายน้อยกว่าเกือบครึ่งทีเดียว แต่ที่น่าหนักใจก็คือกรณีรถเหินน้ำเพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายให้ทั้งรถทั้งคนนั่นเอง

เข้าใจอาการรถเหินน้ำให้ดียิ่งขึ้น

อาการรถเหินน้ำ
  • อาการเหินน้ำนั้นเกิดขึ้นได้ไม่ว่าฝนจะตกแบบปรอย ๆ  หรือตกแบบหนักจนน้ำท่วมขังก็ตาม
  • ลักษณะอาการของรถเหินน้ำ ก็คือ อาการของรถที่ต้องวิ่งไปบนพื้นลื่น ๆ เปรียบเสมือนเราใส่รองเท้ายางและวิ่งบนพื้นลื่น ๆ แต่พื้นรองเท้ายางไม่สามารถเกาะติดกับพื้นได้ทำให้เราลื่นไถลเสียการทรงตัว
  • ที่รถเหินน้ำนั้นเป็นเพราะเบรกถูกน้ำฝน ผ้าเบรกชื้นและเบรกไม่สามารถที่จะรีดน้ำออกได้ เมื่อเบรกลื่นก็จะทำให้รถเสียการควบคุมนั่นเอง

เราจะแก้ไขป้องกันไม่ให้รถเกิดเหินน้ำได้อย่างไร

กรณีที่เรามีความจำเป็นจะต้องเดินทาง ต้องขับขี่ฝ่าสายฝนหรือฝ่าน้ำท่วมขังที่พื้นถนน ก็ขอแนะนำวิธีป้องกันอาการเหินน้ำเพื่อความปลอดภัยดังนี้

รถเกียร์ออโต้

  • ลดความเร็วลง ถึงใครจะขับไม่เร็วอยู่แล้วก็ให้ลดความเร็วลงจากปกติอีกหน่อย
  • เหยียบเบรกเป็นพัก ๆ การเหยียบเบรกเป็นพัก ๆ แบบนี้จะเป็นวิธีการรีดน้ำออกจากเบรก
  • ขับอย่างระมัดระวังตลอด รอให้ผ้าเบรกแห้ง ถ้าใช้รถระบบดิสเบรกผ้าเบรกก็จะแห้งเร็วหน่อย แต่ถ้าใช้รถแบบดรัมเบรกก็ต้องขับช้าและเหยียบเบรกเป็นช่วงแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะแบบนี้ผ้าเบรกจะแห้งช้ากว่าเวลาเปียกน้ำ

รถเกียร์ธรรมดา

  • ให้ทำเช่นเดียวกันกับรถเกียร์ออโต้ คือ ลกความเร็วและเหยียบเบรกเป็นระยะ ๆ
  • สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มเติมสำหรับรถเกียร์ธรรมดา คือเรื่องของคลัตช์ หากขับตนถนนเปียกอาจเจอปัญหาคลัตช์ลื่นได้ ต้องทำการเหยียบคลัตช์และเบรกเป็นช่วง ๆ แบบนี้คู่กันไป

นี่คือวิธีการแก้ไขและป้องกันรถเหินน้ำ ลองนำไปปรับใช้กันดูจะได้ขับขี่ช่วงฝนตกได้ปลอดภัยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมเรื่องการซื้อประกันรถยนต์เอาไว้ด้วย หากต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่ายสักหน่อยจะเลือกซื้อประกันรถชั้น 2 หรือ 2+ ก็ได้ ตอนนี้มีหลายแห่งที่ให้ความคุ้มครองดีมาก โดยเฉพาะประกันรถชั้น 2 พลัส บางที่ให้ความคุ้มครองสูงเหมือนกันประกันชั้น 1 เลยแต่จ่ายน้อยกว่า ยังไงก็เปรียบเทียบกันออนไลน์ดูก่อน ดูความคุ้มค่าแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้

ทำ-ประกัน-รถยนต์